-นายราเมศ รัตนะเชวง ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ฟันธง รัฐลุยแก้ ม.68 หวังฉีกรัฐธรรมนูญปี 50 ทั้งฉบับ พร้อมชี้ เป็นการคัดค้าน การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

วันที่ 25 มี.ค.56 เวลา 11.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ว่า การที่รัฐบาลและพรรคเพื่อไทย จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา โดยเฉพาะมาตรา 68 เพื่อเป็นกุญแจสำคัญในการลิดรอนอำนาจประชาชน อำนาจตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญตามอำเภอใจอย่างเต็มรูปแบบ เพราะมาตรา 68 เป็นหัวใจสำคัญในการตรวจสอบความชอบ ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญ เคยวินิจฉัยแล้วว่า ประชาชนที่เห็นว่า มีการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขสามารถยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ได้โดยตรง อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ซึ่งก็ถือเป็นเสี้ยนหนามของรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย ที่ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับที่ผ่านมา ต้องพังไม่เป็นท่า

ทั้งนี้ตนเชื่อว่า การแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 68 นั้นจะเป็นการปูทางเพื่อเปิดช่อง ให้ล้มล้างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ และเชื่อว่าจะมีหลายฝ่ายออกมาคัดค้าน รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะคัดค้านเรื่องนี้ด้วย

“รัฐบาลว่าควรจะตระหนักว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องให้ประโยชน์ตกสู่ประชาชนทุกคน เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวบทของรัฐธรรมนูญ แต่อยู่ที่ผู้ใช้รัฐธรรมนูญ หากมุ่งแสวงหาประโยชน์ ที่มิชอบเพื่อบุคคลบางกลุ่มหรือพวกพ้อง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ไม่เกิดประโยชน์กับประชาชนจึงอยากให้คำนึงถึงหลักนิติธรรมในการแก้รัฐธรรมนูญด้วย” นายราเมศ กล่าว สับ“เรืองไกร”จ้องดิสเครดิต ศาล รธน.

นายราเมศ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว. จะยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้เอาผิดต่อ คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นั้น นายราเมศ กล่าวว่า การพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามหลักกฎหมาย ยึดตามข้อกำหนดของศาลรัฐธรรมนูญ ยึดถือรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด รวมทั้งพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา

ดังนั้น คำวินิจฉัยจึงเป็นไปอย่างถูกต้อง ซึ่งการที่นายเรืองไกร พยายามบิดเบือนความน่าเชื่อถือของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นั้น ตนจึงอยากให้ประชาชน เข้าไปตรวจสอบคำวินิจฉัยของตุลาการแต่ละคน และอยากให้นายเรืองไกร ได้ไปตรวจสอบก่อนกล่าวหา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน และควรตระหนักว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ผูกพันทุกองค์กร อย่าคิดว่าผูกพันทุกองค์กรยกเว้นนายเรืองไกร กับ พรรคเพื่อไทย  เตรียมออกหนังสือ “เรื่องเล่าคดี(ไม่)ยุบพรรคปชป.

“รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า ขอยกตัวอย่างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณียกคำร้องเรื่องยุบพรรคประชาธิปัตย์ จนมีการกล่าวโจมตีศาลรัฐธรรมนูญว่า ยกคำร้องโดยอาศัยเหตุเรื่องขาดอายุความนั้น ซึ่งในข้อเท็จจริงแล้วไม่ใช่ยกคำร้อง เพราะหมดอายุความ แต่เป็นการยกคำร้องเพราะพรรคประชาธิปัตย์บริสุทธิ์ จากข้อกล่าวหา ไม่ได้ทำผิดตามที่มีการกล่าวหา ซึ่งตนได้ทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องนี้ โดยใช้ชื่อว่า “เรื่องเล่าคดี(ไม่)ยุบพรรคประชาธิปัตย์” เพื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง
 
Real Time Economic Calendar provided by Investing.com.
Top