-“กิตติรัตน์” มั่นใจโอกาสฮั้วประมูลโครงการลงทุนภาครัฐ 2 ล้านล้านบาทมีน้อย สั่งกรมบัญชีกลางปรับสูตรราคากลางก่อสร้างให้สอดคล้องกับความเป็นจริง สั่งทุกส่วนราชการเปิดเผยข้อมูลผ่านเว็บไซต์กรมบัญชีกลาง พร้อมไม่อนุมัติจ่ายเงิน หากไม่เปิดเผยข้อมูล
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมบัญชีกลางได้ปรับสูตรในการคำนวณราคากลางการก่อสร้างในการประมูลโครงการลงทุนภาครัฐ เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นจริงของการก่อสร้าง และให้ทุกส่วนราชการที่มีแผนการลงทุนต้องเปิดเผยข้อมูลของโครงการให้สาธารณชนรับทราบ โดยต้องผ่านเว็บไซต์ของส่วนราชการตนเองและผ่านเว็บไซต์ของกรมบัญชีกลางด้วย เพื่อป้องกันการฮั้วประมูล
สำหรับการปรับสูตรการคำนวณราคากลาง และการเปิดเผยข้อมูลแผนการลงทุนของส่วนราชการดังกล่าว เป็นแนวทางที่รัฐบาลกำหนดขึ้นมาเพื่อรองรับแผนการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐบาล ทั้งการลงทุนในระบบบริหารจัดการน้ำ 350,000 ล้านบาท และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ที่จะต้องให้เกิดความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ นอกเหนือจากการกลั่นกรองโครงการลงทุนจากส่วนราชการต่างๆ
“ผมเชื่อว่าแนวทางที่เราดำเนินการป้องกันการฮั้วประมูลได้มาก แม้จะไม่ป้องกันได้ทั้งหมดก็ตาม ยกตัวอย่าง เงินลงทุน 3 ใน 4 ของการลงทุนเป็นเงินที่จะใช้เพื่อการก่อสร้าง ดังนั้น เราก็มาปรับในส่วนของสูตรการคำนวณราคากลางการก่อสร้าง เพื่อให้สะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น ขณะเดียวกัน ในส่วนการเปิดเผยข้อมูลโครงการก็สำคัญที่ผ่านมา บางหน่วยงานขึ้นเว็บไซต์ในระยะเวลาสั้นๆ เป็นเหตุให้ฮั้วประมูลได้ เพราะผู้ประกอบการที่ต้องการเข้ามาแข่งขันราคาดูข้อมูลไม่ทัน ตรงนี้เราก็จะให้ขึ้นข้อมูลที่กรมบัญชีกลางด้วย”
-นายกิตติรัตน์กล่าวว่า หากหน่วยงานใดไม่ส่งข้อมูลโครงการที่จะลงทุนต่อกรมบัญชีกลาง เพื่อนำขึ้นเว็บไซต์ กรมบัญชีกลางมีมาตรการที่จะไม่อนุมัติเบิกจ่ายเงินให้ แม้โครงการจะเดินหน้าไปแล้ว ผู้ประกอบการที่เข้ามาประมูลโครงการจะไม่ได้รับเงินค่าจ้างในการก่อสร้างด้วย
-นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้เชิญตัวแทนจากองค์กรเครือข่ายคอรัปชันเข้ามาช่วยตรวจสอบการดำเนินโครงการลงทุนของรัฐบาลด้วย และยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ตีเช็คเปล่า โดยจะมีรายละเอียดทุกโครงการลงทุนในแผนการใช้เงินประกอบการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด ซึ่งรวมถึงแผนการชำระหนี้โครงการลงทุนว่าจะสามารถใช้คืนหนี้หมดภายในกี่ปี
“ที่ผ่านมา ไม่เคยมีรัฐบาลไหนกู้เงินและบอกว่าจะใช้หนี้เงินกู้คืนภายในกี่ปี แม้แต่โครงการลงทุนไทยเข้มแข็งของรัฐบาลที่ผ่านมาก็ไม่เคยมี แต่คราวนี้เราใส่ไว้แนบไว้ในกฎหมายการกู้เงินด้วย ซึ่งก็จะมีรายละเอียดโครงการลงทุนทั้งหมด รับรองว่าไม่ตีเช็คเปล่าแน่ๆ”
-ทั้งนี้ แผนการลงทุน 2 ล้านล้านบาทดังกล่าว เป็นแนวทางที่จะทำให้ประเทศมีการเติบโตที่ยั่งยืนและมีเสถียรภาพ โดยจะช่วยสร้างเครือข่ายการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่จะผ่านทั้งชนบทและชุมชนเมือง ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางด้านสังคมและรายได้ และขจัดความด้อยประสิทธิภาพในด้านต่างๆของประเทศ
-นายกิตติรัตน์กล่าวอีกว่า แนวนโยบายของรัฐบาลที่ดำเนินการมานั้น จะตอบโจทย์แนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจใน 3 ด้าน คือ 1.การเติบโตอย่างรวดเร็ว 2.ความมีเสถียรภาพของราคา และ 3.ขจัดความด้อยประสิทธิภาพในด้านต่างๆ โดยนโยบายส่วนใหญ่ที่ใช้จะไม่ปรับเปลี่ยนแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ก็มีบ้างบางนโยบายที่ต้องทำอย่างรวดเร็ว เช่น การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท.