ThaiPR.net -- พุธที่ 27 กรกฎาคม 2554 11:31:35 น.
กรุงเทพฯ--27 ก.ค.--เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์
คำแนะนำการลงทุน Gold Futures
DAY TRADER
GFQ11 ซื้อในช่วงราคา 22900 — 22920 ขายในช่วงราคา 23050 — 23070
GFV11 ซื้อในช่วงราคา 23020 — 23040 ขายในช่วงราคา 23200 — 23220
SWING TRADER
ราคาทองคำเป็นการซื้อขายในช่วง 1610 -1614 เหรียญ ราคาค่อยๆ ขยับขึ้นมาในช่วงปลายตลาด เนื่องจากความไม่ชัดเจนจากการเพิ่มเพดาหนี้จึงเกิดแรงซื้ออย่างต่อเนื่องหลังจากปิดตลาด ทำให้ราคาทองคำในเช้านี้มาอยู่ที่ระดับ 1622 เหรียญ นักทุนยังมองค่าเงินดอลลาร์อยู่ในทิศทางที่อ่อนค่าจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ในภาพรวมทองคำยังเป็นทิศทางขาขึ้น โดยมีแนวต้านที่ระดับ 1629 เหรียญและมีแนวรับที่ระดับ 1600 เหรียญ
- กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดขายบ้านใหม่ในสหรัฐปรับตัวลดลง 1% ในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นหลักฐานล่าสุดที่แสดงให้เห็นว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงซบเซา ยอดขายบ้านใหม่ที่เปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลในเดือนมิถุนายนปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 312,000 ยูนิตต่อปี จากระดับ 315,000 ยูนิตที่ได้รับการปรับทบทวนในเดือนพฤษภาคม
- คอนเฟอเรนซ์ บอร์ด ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยอิสระชั้นนำระดับโลก เปิดเผยว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค.ของสหรัฐเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 59.5 จุด จากเดือนมิ.ย.ที่ระดับ 57.6 จุด โดยดัชนีเดือนก.ค.ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 56 จุด
GOLD Market Recap : 26/07/2011
MORNING RECAP : ราคาทองคำต่างประเทศเปิดที่ระดับ 1,614 $ ส่วน Gold Future Q11 เปิดที่ 22,860 สมาคมค้าทองแท่งเปิดที่ 22,750 บาท ปรับลง 50 บาท จากวันทำการก่อน ตลาดทองคำ ( ราคาต่างประเทศ ) อยู่ในทิศทางปรับฐาน และค่าเงินบาทยังคงแข็งค่า โดยล่าสุดอยู่ที่ 29.83 บาท ต่อดอลลาร์สหรัฐ สำหรับในช่วงเช้าราคาทองคำ วิ่งSide Way โดยวิ่งอยู่ในกรอบแคบๆที่ระดับ 1612-1615 $ และ ช่วงบ่ายราคาทองคำแกว่งตัว Side Way Down ส่วน Gold Future Q11 ปิดตลาดที่ 22,850 บาท ในขณะที่ราคาทองคำแท่งของสมาคมค้าทองคำแท่ง ปรับลง 50 บาท อยู่ที่ 22,700 บาท นักลงทุนทำกำไรตามการแกว่งตัวของตลาด
NIGHT RECAP :ราคาทองคำเปิดตลาดในประเทศไทยที่ระดับ 1614 เหรียญ โดยราคาเคลื่อนตัวอยู่ระหว่าง 1609 - 1615 เหรียญ ก่อนกลับมาปิดตลาดที่ 1612 เหรียญ ในเวลาประเทศไทย ต่อมาในตลาดลอนดอนและนิวยอร์ก ราคาทองคำมีการเคลื่อนตัวอยู่ระหว่าง 1608 — 1616 เหรียญ และปิดตลาดที่ 1616 เหรียญ
ThaiPR.net -- พุธที่ 27 กรกฎาคม 2554 09:30:37 น.
กรุงเทพฯ--27 ก.ค.--ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส
- ทองทรงตัวใกล้จุดสูงสุดบริเวณ 1,622-1,623 ดอลลาร์
- ยังไม่มีประเด็นใหม่ประเด็นเพดานหนี้สหรัฐยังไม่ชัดเจน
- คาดราคาแกว่งตัวในกรอบแคบ
แนวโน้มราคาโลหะมีค่า
ราคาทองคำและโลหะเงินแกว่งตัวในกรอบแนวรับและแนวต้าน โดยมีแรงขายกลับออกมาในการซื้อขายช่วงค่ำจนราคาปรับฐานลงเข้าใกล้แนวรับ แต่ด้วยปัญหาเรื่องเพดานหนี้ของสหรัฐที่ยังไม่ชัดเจนจึงทำให้มีแรงซื้อกลับเข้ามา จนราคาเริ่มดีดตัวกลับและปรับตัวขึ้นมาเคลื่อนไหวบริเวณกรอบแนวต้าน และมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นต่อได้ในการซื้อขายวันนี้ แต่ด้วยราคาที่ปรับขึ้นมามาก จึงคาดว่าการฟื้นตัวของราคาคงยังไม่สามารถผ่านแนวต้านขึ้นไปได้ไกลนัก และจะเริ่มมีแรงขายทำกำไรกลับออกมาจนราคากลับลงมาแกว่งตัวอยู่ในกรอบการเคลื่อนไหวเดิมเพื่อรอติดตามประเด็นเรื่องการเจรจาเพื่อเพิ่มเพดานหนี้ของสหรัฐ ซึ่งคาดว่าในช่วงที่เหลือของสัปดาห์รัฐบาลสหรัฐคงจะพยายามหาทางทำให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาได้ก่อนที่จะครบกำหนดในสัปดาห์หน้า การเก็งกำไรในตลาดทองและโลหะเงินในช่วงนี้จึงต้องติดตามประเด็นข่าวต่างๆอย่างใกล้ชิด ส่วนแนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคายังคาดว่าจะมีกรอบแนวรับอยู่ที่บริเวณ 1,605-1,610 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ สำหรับราคาทอง และ 39.90-40 , 40.30-40.50 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ สำหรับราคาของโลหะเงิน ส่วนแนวต้านของราคาทองคำอยู่ที่บริเวณ 1,620-1,625 และ 1,630 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ ส่วนโลหะเงินอยู่ที่บริเวณ 41.10 และ 41.60 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ สำหรับราคาของโลหะเงิน ค่าเงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อ จึงทำให้ราคาทองและโลหะเงินในประเทศปรับขึ้นได้น้อยลงกว่าปกติ
โกลด์ฟิวเจอร์สเดือนส.ค.54
Close chg. Support Resistance
22,830 -90.00 22800,22750 22950,23000
ราคาทองดีดตัวกลับหลังจากปรับฐานลงในการซื้อขายช่วงค่ำและมีแนวโน้มที่ราคาจะขยับขึ้นไปเคลื่อนไหวบริเวณ 1,620-1,625 และ 1,630 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ หากถือครองฝั่งซื้อไว้ในช่วงที่ราคาปรับฐานยังสามารถถือครองสถานะเพื่อรอปิดสถานะในช่วงที่ราคาปรับขึ้นเข้าใกล้แนวต้านดังกล่าว แต่หากยังไม่มีสถานะควรรอเปิดสถานะในช่วงปรับฐาน หรืออาจเก็งกำไรฝั่งขายหากราคาดีดตัวขึ้นเข้าใกล้แนวต้านบริเวณ 1,530 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ การแข็งค่าของเงินบาทคงมีผลให้ราคาในประเทศปรับขึ้นได้น้อยกว่าปกติ
ซิลเวอร์ฟิวเจอร์สเดือนส.ค.54
Close chg. Support Resistance
1,206 -17.00 1195,1180 1,220, 1,230
มีแนวโน้มที่ราคาจะดีดตัวขึ้นต่อและหากผ่านแนวต้านบริเวณ 41.0-41.2 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ ขึ้นไปได้ จะเกิดเป็นสัญญาณซื้อเก็งกำไรทางเทคนิครอบใหม่ และคาดว่าราคาจะปรับขึ้นสู่แนวต้านบริเวณ 41.70-41.80 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ ต่อไป อย่างไรก็ตามด้วยปัจจัยต่างๆที่ยังไม่ชัดเจน ในช่วงที่ราคาดีดตัวขึ้นเข้าใกล้ 41 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ หรือผ่านแนวต้านดังกล่าว อาจทยอยปิดสถานะซื้อเพื่อลดความเสี่ยง แล้วรอเปิดสถานะใหม่ในช่วงที่ราคาปรับฐาน หรือในกรณีที่ราคาปรับตัวขึ้นเข้าใกล้แนวต้านบริเวณ 41.70-41.80 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ สามารถเลือกเก็งกำไรฝั่งขาย โดยมีจุดปิดสถานะเพื่อตัดขาดทุนอยู่ที่ 42ดอลลาร์
ThaiPR.net -- พุธที่ 27 กรกฎาคม 2554 09:19:07 น.
กรุงเทพฯ--27 ก.ค.--คลาสสิกโกลด์ ฟิวเจอร์ส
Price Movement
ราคาทองคำในตลาด COMEX เมื่อวานปิดเพิ่มขึ้น 4.60 USDต่อออนซ์ปิดที่ 1,616.80 USDต่อออนซ์ เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลในเรื่องสหรัฐอาจผิดนัดชำระหนี้ และการเจรจาในการขยายเพดานหนี้ที่ไม่มีความคืบหน้าเนื่องจาก
Key Points in Gold Market
- ราคาทองคำในตลาด COMEX เมื่อวานมีความเคลื่อนไหวระหว่าง 1,607.80 — 1,620.80 โดยนักลงทุนยังคงกังวลในเรื่องสหรัฐอาจผิดนัดชำระหนี้ และการเจรจาในการขยายเพดานหนี้ที่ไม่มีความคืบหน้า ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นในเช้าวันนี้ในตลาดเอเชียที่ระดับ 1,623 USDต่อออนซ์ แนวโน้มคาดว่าจะปรับขึ้นไปทดสอบบริเวณ 1,636 โดยถ้าหากสหรัฐยังไม่มีความคืบหน้าในเรื่องการขยายเพดานหนี้ จะเป็นปัจจัยบวกให้ราคาทองคำเดินหน้าต่อ แต่เมื่อมีข้อยุติในการเจรจาเรื่องการตัดลดงบประมาณและขยายเพดานหนี้ได้สำเร็จ อาจทำให้มีแรงขายทำกำไรและราคาทองคำอาจปรับตัวลดลงแรงได้ ทำให้ราคาในช่วงนี้ความผันผวนสูง คาดกรอบความเคลื่อนไหวในระยะสัปดาห์ 1,580 — 1,650 USDต่อออนซ์ แนะนำ Trading ในกรอบ 1,580 — 1,650
- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงมากมาอยู่ที่ระดับ 1.453 ดอลลาร์สหรัฐต่อยูโร เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่อาจจะเกิดขึ้นหาก สหรัฐเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้หรือถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ( +)
- ราคาน้ำมัน Nymex ปิดที่ 99.59 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปรับเพิ่ม 0.39 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากการเจรจาต่อรองเรื่องการปรับเพิ่มเพดานหนี้ของสหรัฐยังไม่มีความคืบหน้า นอกจากนี้ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐที่ปรับตัวเพิ่ม ขึ้นในเดือนก.ค. ( + )
- ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ ปิดที่ 12,501.3 จุด ปรับลดลง 91.5 จุด เกิดจากการที่ผู้นำพรรครีพับลิกันและเดโมแครตยังไม่สามารถตกลงกันได้เรื่องการปรับเพิ่ม เพดานหนี้ของรัฐบาลกลางสหรัฐ ( + )
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรํฐที่ประกาศออกมา mixed โดยที่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเพิ่มขึ้นเกินคาดสู่ 59.5 ในเดือนก.ค. จากระดับ 57.6 ในเดือนมิ.ย.แต่ราคาบ้านใน 20 เขตเมืองลดลง 4.5% เมื่อเทียบเป็นรายปี ยอดขายบ้านใหม่ลดลง 1.0% สู่ 312,000 ยูนิตในเดือนมิ.ย. ซึ่งต่ำกว่าที่รอยเตอร์คาด
- ราคา Silver ปิดเพิ่มขึ้น 0.34 USDต่อออนซ์ ปิดที่ 40.70 USDต่อออนซ์ โดยมีความเคลื่อนไหวระหว่าง 40.02— 40.99 USDต่อออนซ์ ราคา Silver ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาทองคำและราคาน้ำมัน คาดว่าราคา Silver ในสัปดาห์นี้คาดว่ามีแนวโน้ม side way down โดยมี upside gain ที่จำกัด โดยมีแนวต้านที่บริเวณ 41.2 สัปดาห์นี้คาดว่าแกว่งตัวในกรอบ 38.5 — 41.2 USDต่อออนซ์ iShares Silver Trust ซื้อโลหะเงินจำนวน 24.25 ตัน รวมถือครองจำนวน 9,915.86 ตัน คาดว่า Silver ในวันนี้มีแนวรับบริเวณ 39.5 แนวต้านบริเวณ 41.2 คำแนะนำ Trading ในกรอบ 39.5 — 41.2
- SPDR ถือทองคำจำนวนเท่าเดิมที่ระดับ 1,241.77 ตัน
Technical Analysis:
ราคาทองคำมีแนวรับที่ 1608/1603 แนวต้านที่ 1636/1624 แนวโน้ม Moving average 4 วันตัด 9 วันในทิศทางขึ้นและแนวโน้มจาก indicator ADX ยังแสดงแนวโน้มการเพิ่มของราคาโดยรวมคาดว่าราคายังจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ราคาโลหะเงินแนวรับที่ 39.6 แนวต้านที่ 41.2 เมือพิจารณาราคาราย 4ชม และรายวัน แนวโน้มจาก indicator ADX แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของราคาใกล้จะชะลอตัวในระยะยาวและ side way ในระยะสั้น
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 27 กรกฎาคม 2554 06:40:09 น.
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (26 ก.ค.) ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 3 วันทำการ เนื่องจากนักลงทุนยังคงเข้าซื้อทองคำเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในขณะที่การเจรจาต่อรองเรื่องการปรับเพิ่มเพดาหนี้ของรัฐบาลสหรัฐยังไม่มีความคืบหน้า
สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค.ปิดบวก 4.6 ดอลลาร์ หรือ 0.3% แตะที่ 1,616.8 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 1,607.80-1,619.00 ดอลลาร์
สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย.เพิ่มขึ้น 33.7 เซนต์ ปิดที่ 40.698 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาโลหะทองแดงส่งมอบเดือนก.ย.เพิ่มขึ้น 7.15 เซนต์ ปิดที่ 4.4780 ดอลลาร์/ปอนด์
สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค.พุ่งขึ้น 13.20 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,807.20 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนก.ย.พุ่งขึ้น 27.10 ดอลลาร์ ปิดที่ 836.10 ดอลลาร์/ออนซ์
สำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ในตลาดทองคำนิวยอร์กว่า นักลงทุนยังคงเดินหน้าซื้อทองคำเนื่องจากประเด็นการปรับเพิ่มเพดานหนี้ของรัฐบาลกลางสหรัฐยังไม่มีความคืบหน้าในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนเทขายหุ้นและย้ายฐานการลงทุนเข้ามาในตลาดทองคำ
ประธานาธิบดีบารัค โอบามาแห่งสหรัฐ และนายจอห์น โบห์เนอร์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ไม่สามารถตกลงกันได้เรื่องการปรับเพิ่มเพดานหนี้ตั้งแต่วันจันทร์ ซึ่งหากผู้นำสภาคองเกรสและรัฐบาลสหรัฐยังไม่สามารถตกลงกันได้ภายในวันที่ 2 ส.ค.นี้ ก็อาจทำให้สหรัฐต้องเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้ โดยปัจจุบันเพดานหนี้ของสหรัฐยืนอยู่ที่ระดับ 14.29 ล้านล้านดอลลาร์
ไมค์ ดาลี ผู้เชี่ยวชาญด้านทองคำจากบริษัท PFGBEST Group กล่าวว่า หากสหรัฐซึ่งเป็นประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจใหญ่สุดของโลก ผิดนัดชำระหนี้ ก็จะสร้างความโกลาหลครั้งใหญ่ให้กับตลาดการเงินทั่วโลก และอาจจะสั่นคลอนเศรษฐกิจทั่วโลกด้วย
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางคนคาดว่า หากผู้นำสภาคองเกรสสามารถตกลงกันได้เรื่องการปรับเพิ่มเพดานหนี้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ก็อาจจะทำให้สัญญาทองคำปรับฐานลงทันที

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น