ThaiPR.net -- อังคารที่ 26 กรกฎาคม 2554 09:30:39 น.
กรุงเทพฯ--26 ก.ค.--ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส
- เจรจาขอเพิ่มเพดานหนี้ของสหรัฐยังไม่คืบหน้า
- ราคาทอง/โลหะเงินแกว่งตัวแคบรอความชัดเจน
- โอบามาแถลงข่าวเช้านี้คาดยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน
แนวโน้มราคาโลหะมีค่า
ราคาทองและโลหะเงินดีดตัวขึ้นแรงตั้งแต่ช่วงเช้าวานนี้ ก่อนที่จะเริ่มมีแรงขายกลับอออกมาจนราคาย่อตัวลงในระหว่างวัน แต่ด้วยประเด็นเรื่องเพดานหนี้ของสหรัฐที่ยังไม่คืบหน้า จึงยังมีแรงซื้อรอรับอยู่จนราคาเคลื่อนไหวขึ้นลงในกรอบแคบตลอดการซื้อขายทั้งช่วงกลางวันรวมทั้งช่วงค่ำที่ผ่านมา และมีแนวโน้มที่ราคาของโลหะทั้ง 2 ชนิดจะยังทรงตัวในระดับปัจจุบันเพื่อรอความชัดเจนจากประเด็นเรื่องเพดานหนี้ของสหรัฐต่อไป โดยการประชุมระหว่างผู้นำสหรัฐและสมาชิกสภาคองเกรสเพื่อหาข้อยุติในประเด็นดังกล่าวก่อนครบกำหนดในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนั้น ก็ยังไม่มีความชัดเจนใดๆออกมา ตลาดจึงยังกังวลว่าจะมีการปรับลดความน่าเชื่อถือของสหรัฐลงตามที่สถาบันจัดอันดับหลายแห่งส่งสัญญาณเตือน ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจึงยังเป็นที่ต้องการของตลาด แต่หากทั้ง 2 ฝ่ายสามารถหาข้อยุติในปัญหาดังกล่าวได้ ก็จะกลับเป็นปัจจัยลบที่ทำให้มีแรงขายกลับออกมามากในตลาดทองคำ ส่วนภาพเทคนิคของราคา คาดว่าราคาจะแกว่งตัวในกรอบแคบ และอาจดีดตัวขึ้นสู่แนวต้านบริเวณ 1,620 และ 41 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ สำหรับราคาทองและโลหะเงินตามลำดับ ส่วนการปรับฐานของราคามีแนวรับอยู่ที่บริเวณ 1,605-1,610 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ สำหรับราคาทอง และ 40 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ สำหรับราคาโลหะเงิน โดยช่วงเช้าวันนี้ประธานาธิบดีของสหรัฐจะมีการแถลงข่าวซึ่งคาดว่าจะมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพดานหนี้ที่กำลังเป็นปัญหา หากมีความชัดเจนอาจมีการเคลื่อนไหวตอบรับทางลบจากราคาทั้งราคาทองและราคาโลหะเงิน
โกลด์ฟิวเจอร์สเดือนส.ค.54
Close chg. Support Resistance
22,920 +260.00 22830,22750 23000,23050
คาดว่าราคาจะแกว่งตัวแคบเพื่อรอความชัดเจนเรื่องเพดานหนี้สหรัฐ หากยังไม่มีประเด็นใหม่เพิ่มเติมคาดว่าราคาอาจแกว่งตัวแคบและดีดตัวกลับขึ้นสู่แนวต้านบริเวณ 1,620-1,625 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ และคงยังไม่สามารถผ่านขึ้นไปได้ไกลก่อนที่จะเริ่มมีการปรับฐานกลับออกมา จึงยังไม่น่าสนใจเข้าเก็งกำไรฝั่งซื้อหากราคาดีดตัวขึ้นต่อ ควรรอเปิดสถานะในช่วงที่ราคาปรับฐานลงสู่แนวรับบริเวณ 1,605 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ หรืออาจเก็งกำไรฝั่งขายหากราคาดีดตัวผ่านแนวต้านบริเวณ 1,620 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์
ซิลเวอร์ฟิวเจอร์สเดือนส.ค.54
Close chg. Support Resistance
1,223 +46.00 1195,1180 1,230, 1,250
ราคาปรับฐานหลังจากตลาดปิดการซื้อขายช่วงค่ำไปแล้ว ก่อนที่จะเริ่มดีดตัวกลับ แต่คาดว่าการฟื้นตัวของราคาคงยังมีกรอบจำกัด เพราะด้วยราคาที่ค่อนข้างแพงและอาจมีความชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องเพดานหนี้ของสหรัฐในไม่ช้า ทำให้แรงซื้ออาจเริ่มชะลอตัวลงและเริ่มมีแรงขายทำกำไรกลับออกมา การเก็งกำไรฝั่งซื้อคงไม่น่าสนใจที่จะไล่ราคาหากราคาดีดตัวขึ้นต่อ ควรรอเปิดสถานะช่วงที่ราคาปรับฐานลงสู่แนวรับ 39.90-40 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ โดยมีจุดปิดสถานะตัดขาดทุนอยู่ที่ 39.50 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ ส่วนกรณีที่ราคาดีดตัวขึ้นเข้าใกล้ 41 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ อาจเลือกเก็งกำไรฝั่งขายจากการปรับฐานที่คาดว่าจะมีกลับออกมา
ThaiPR.net -- อังคารที่ 26 กรกฎาคม 2554 09:27:03 น.
กรุงเทพฯ--26 ก.ค.--คลาสสิกโกลด์ ฟิวเจอร์ส
Price Movement
ราคาทองคำในตลาด COMEX เมื่อวานปิดเพิ่มขึ้น 10.70 USDต่อออนซ์ปิดที่ 1,612.20 USDต่อออนซ์ เนื่องจาก นักลงทุนกังวลในเรื่องสหรัฐอาจผิดนัดชำระหนี้ เมื่อการเจรจาในการขยายเพดานหนี้ไม่มีความคืบหน้า และกรีซถูก Moody’s ปรับลดอันดับเครดิตลงอีก
- ราคาทองคำในตลาด COMEX เมื่อวานมีความเคลื่อนไหวระหว่าง 1,603.80 — 1,624.30 นักลงทุนกังวลในเรื่องสหรัฐอาจผิดนัดชำระหนี้ เมื่อการเจรจาในการขยายเพดานหนี้ไม่มีความคืบหน้า และกรีซถูก Moody’s ปรับลดอันดับเครดิตลงอีก สำหรับปัจจัยที่จะมีผลต่อราคาทองคำในช่วงนี้ ได้แก่ การที่พรรคเดโมแครตจะตกลงกับพรรครีพับริกันได้หรือไม่ในการขยายเพดานหนี้ของสหรัฐ สถาบันจัดอันดับเครดิตจะปรับลดอันดับเครดิตจะปรับลดอันดับเครดิตของสหรัฐ และประเทศที่มีปัญหาหนี้ในยุโรป
- นักลงทุนส่วนใหญ่เชื่อว่า ในที่สุดแล้วสหรัฐจะสามารถขยายเพดานหนี้เพิ่มขึ้นได้ ซึ่งเมื่อได้ข้อยุติอาจมีผลทำให้ราคาทองคำถูกขายทำกำไร อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่การเจรจายังไม่มีข้อสรุปยังเป็นปัจจัยบวกกับราคาทองคำ นอกจากนี้ การที่สถาบันจัดอันดับเครดิตต่างๆ มีการประกาศปรับลดอันดับเครดิตของประเทศที่มีปัญหาหนี้ในยุโรปออกมาเรื่อยๆ จะสนับสนุนราคาทองคำให้ปรับขึ้นต่อได้ ดังนั้น ในสัปดาห์นี้ คาดว่า ราคาทองคำจะมีความผันผวนสูง โดยคาดแนวรับในระยะสัปดาห์บริเวณ 1,590 ส่วนแนวต้านที่บริเวณ 1,626/1,636 ( +/- )
- Moody’s ปรับลดอันดับเครดิตของกรีซลง 3 ขั้น จาก Caa1 เป็น Ca ( + )
- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งขึ้นอยู่ที่ระดับ 1.437 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อยูโร เนื่องจากเงินยูโรอ่อนค่าลง หลัง Moody’s ปรับลดอันดับเครดิตของกรีซลง 3 ขั้น ( +/- )
- เงินบาทแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 29.74 บาทต่อ USD เมื่อมีเงินทุนต่างประเทศไหลเข้าในตลาดตราสารหนี้ และตลาดหุ้น ( - )
- ราคาน้ำมัน Nymex ปิดที่ 99.2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปรับลดลง 0.67 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าสหรัฐอาจจะเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้หรืออาจจะถูกปรับลดอันดับ( - )
- ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ ปิดที่ 12,592.8 จุด ปรับลดลง 88.36 จุด หลังจากการเจรจาต่อรองเรื่องการปรับเพิ่มเพดานหนี้ระหว่างประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐ และผู้นำสภาคองเกรสยังไม่มีความคืบหน้า ( + )
- ราคา Silver ปิดเพิ่มขึ้น 0.24 USDต่อออนซ์ ปิดที่ 40.36 USDต่อออนซ์ โดยมีความเคลื่อนไหวระหว่าง 39.87 — 41.11 USDต่อออนซ์ ราคา Silver ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาทองคำ คาดว่าราคา Silver ในสัปดาห์นี้คาดว่ามีแนวโน้มปรับตัวลดลง หลังจากขึ้นไปทดสอบ high บริเวณ 41.0 สัปดาห์นี้คาดว่าแกว่งตัวในกรอบ 38.5 — 41.0 USDต่อออนซ์ iShares Silver Trust ซื้อโลหะเงินจำนวน 42.47 ตัน รวมถือครองจำนวน 9,891.61 ตัน คาดว่า Silver ในวันนี้มีแนวรับบริเวณ 39.1 แนวต้านบริเวณ 41.0 คำแนะนำ Trading ในกรอบ 39.1 — 41.0
- SPDR ถือทองคำจำนวนเท่าเดิมที่ระดับ 1,241.77 ตัน
Technical Analysis:
ราคาทองคำมีแนวรับที่ 1608/1603 แนวต้านที่ 1623 แนวโน้ม indicator ไม่ชัดเจนคาดว่า side way up
ราคาโลหะเงินแนวรับที่ 38.5 แนวต้านที่ 41.0 แนวโน้มจาก indicator พิจารณาราย 4 ชม Moving average 4วันตัด 9วันประกอบกับ scholastic มีการตัดกันที่ตำแหน่ง overbought ประกอบกับ MACD เริ่มใกล้จะตัดกันในทิศลง คาดว่าราคาระยะสั้นจะปรับลดลง
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 26 กรกฎาคม 2554 06:34:34 น.
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อคืนนี้ (25 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อทองคำเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากความไม่แน่อนที่ว่า สหรัฐอาจจะถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือหรืออาจจะเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้ หลังจากการเจรจาต่อรองเรื่องการปรับเพิ่มเพดานหนี้ระหว่างประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐ และผู้นำสภาคองเกรสยังไม่มีความคืบหน้า
สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค.พุ่งขึ้น 10.70 ดอลลาร์ หรือ 0.7% ปิดที่ 1,612.20 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์
สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย.พุ่งขึ้น 23.9 เซนต์ ปิดที่ 40.361 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาโลหะทองแดงส่งมอบเดือนก.ย.ลดลง 0.35 เซนต์ ปิดที่ 4.4065 ดอลลาร์/ปอนด์
ส่วนสัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค.ร่วงลง 4.40 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,794 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนก.ย.พุ่งขึ้น 2.60 ดอลลาร์ ปิดที่ 809 ดอลลาร์/ออนซ์
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ประธานาธิบดีโอบามา และผู้นำในสภาคอเกรส ซึ่งประกอบไปด้วย นายจอห์น โบห์เนอร์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ นายแฮร์รี รี้ด ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา และนางแนนซี เพโลซี โฆษกสภาผู้แทนราษฎร ยังไม่สามารถตกลงกันได้ในเรื่องการปรับเพิ่มเพดานหนี้ ขณะที่กระทรวงคลังสหรัฐเตือนว่า สหรัฐอาจเริ่มเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้หากรัฐบาลและผู้นำในสภาคองเกรสไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการปรับเพิ่มเพดานหนี้ได้ทันก่อนกำหนดเส้นตายในวันที่ 2 ส.ค.นี้
นอกจากนี้ นักลงทุนยังเข้าซื้อทองคำเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากวิกฤตหนี้ยุโรป หลังจากมูดีส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิสประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือกรีซลง 3 ขั้น สู่ระดับ Ca จาก Caa1 พร้อมระบุว่า แนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของกรีซจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป และกรีซยังคงเผชิญกับความเสี่ยงในการชำระหนี้ระยะสั้นที่รุนแรง

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น