ThaiPR.net -- พุธที่ 20 กรกฎาคม 2554 09:35:39 น.
กรุงเทพฯ--20 ก.ค.--คลาสสิกโกลด์ ฟิวเจอร์ส
Price Movement
ราคาทองคำในตลาด COMEX เมื่อวานปิดลดลง 1.30 USDต่อออนซ์ปิดที่ 1,601.10 USDต่อออนซ์ มีแรงขายทำกำไรหลังจากราคาปรับตัวขึ้นมาติดต่อกันหลายวัน และความกังวลในเรื่องการขยายเพดานหนี้ของสหรัฐลดลง
Key Points in Gold Market
- ราคาทองคำในตลาด COMEX เมื่อวานมีความเคลื่อนไหวระหว่าง 1,582.70 — 1,610.70 USDต่อออนซ์ ราคาทองคำปรับตัวลดลงจากแรงขายทำกำไร เมื่อราคาขึ้นมาถึงเป้าหมายบริเวณ 1,610 และความกังวลในเรื่องการขยายเพดานหนี้ของสหรัฐลดลง ปธน.โอบามากล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่จะตกลงกับพรรคฝ่ายค้านได้ในเรื่องการขยายเพดานหนี้ แนวโน้มราคาจะเข้าสู่ช่วงพักฐาน โดยมีแนวรับบริเวณ 1,577 ซึ่งถ้าราคาลงแรงต่ำกว่าระดับนี้ การพักฐานอาจใช้เวลาพอสมควร มีแนวรับถัดไปที่บริเวณ 1,558 แนวโน้มคาดว่าจะไปทดสอบแนวรับบริเวณ 1,577 คำแนะนำ รอการพักฐานก่อนเข้าเปิด Long
- การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐออกมาดีกว่าคาด ได้แก่ ตัวเลขการอนุญาตก่อสร้างเดือนมิ.ย.อยู่ที่ 624,000 ยูนิตต่อปี เพิ่มขึ้น 6.7% YoY ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านเดือนมิ.ย.อยู่ที่ระดับ 629,000 ยูนิตต่อปี พุ่งขึ้น 14.6% YoY ( - )
- แผนการขยายเพดานหนี้ของสหรัฐมีความเป็นไปได้มากขึ้น เมื่อวุฒิสมาชิก 6 คนของสหรัฐให้การสนับสนุนแผนของโอบามาในการลดงบประมาณการใช้จ่าย 3.7 ล้านล้านดอลลาร์ในอีก 10 ปีข้างหน้า และการปรับเพิ่มเพดานหนี้ของรัฐบาลกลางสหรัฐ ( - )
- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นอยู่ที่ระดับ1.415 ดอลลาร์สหรัฐต่อยูโร เมื่อการปรับเพิ่มเพดานหนี้ของสหรัฐมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ( -/+ )
- เงินบาทแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 29.92 บาทต่อ USD เนื่องจากมีการเทขายทองคำในประเทศ ( - )
- ราคาน้ำมัน Nymex ปิดที่ 97.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปรับเพิ่ม 1.57 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล IEAเปิดเผยว่า IEA ยังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องการระบายน้ำมันรอบที่ 2 ( + )
- ราคา Silver ปิดลดลง 0.12 USDต่อออนซ์ ปิดที่ 40.22 USDต่อออนซ์ โดยมีความเคลื่อนไหวระหว่าง 38.61 — 40.88 USDต่อออนซ์ ราคา Silver ปรับตัวลดลง เมื่อแนวโน้มการขยายเพดานหนี้ของสหรัฐมีความเป็นไปได้ คาดแนวต้านบริเวณ 40.7 แนวรับคาดที่บริเวณ 38.8/37.4 iShares Silver Trust ซื้อโลหะเงินจำนวน 190.97 ตัน รวมถือครองโลหะเงินจำนวน 9,864.33 ตัน คำแนะนำ Trading ในกรอบ 37.4 — 40.7
- SPDR ขายทองคำ 3.33 ตัน โดยถือครองทองคำจำนวน 1,246.01 ตัน
Technical Analysis:
ราคาทองคำมีแนวรับที่ 1,577/1,558 แนวต้านที่1,595/1,610 ราคาทองคำตกลงเล็กน้อยอยู่ในช่วงพักฐาน ปริมาณ Volume ลดลงควบคู่กับการลดลงของราคา แนวโน้ม side way ออกข้าง แนวโน้มสัญญาณอื่นๆ ไม่เด่นชัด แนวโน้มระยะยาวอยู่ในช่วงเพิ่มขึ้นแต่แนวโน้มระยะสั้น ราคาลดลงเพราะอยู่ในช่วงปรับฐาน ราคาโลหะเงินมีแนวรับที่ 37.4 และแนวต้านที่ 40.7 แนวโน้มมีการลดลงพักฐานเช่นเดียวกับราคาทองคำ แนวโน้มราคาน่าจะชะลอในช่วงกลางวัน
ThaiPR.net -- พุธที่ 20 กรกฎาคม 2554 09:13:11 น.
กรุงเทพฯ--20 ก.ค.--ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส
- ทอง/เงินเริ่มปรับฐานหลังมีความคืบหน้าเรื่องเพดานหนี้สหรัฐ
- SPDR ถือทองลดลง 3.33 ตัน
- คาดราคาปรับฐานต่อรอความชัดเจนเรื่องเพดานหนี้สหรัฐ
แนวโน้มราคาโลหะมีค่า
ราคาทองปรับฐานและปิดตลาดต่ำลงเป็นวันแรกหลังจากปิดบวกติดต่อกัน 11 วัน โดยราคาปรับตัวขึ้นมาแล้วเกือบ 120 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ ก่อนที่จะเริ่มมีแรงขายทำกำไรกลับออกมามากในการซื้อขายช่วงค่ำที่ผ่านมา เช่นเดียวกับราคาของโลหะเงินซึ่งปรับฐานลงมาแรงเช่นกันหลังจากที่ดีดตัวขึ้นเข้าใกล้แนวต้านบริเวณ 41 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ ปัจจัยลบต่อราคาทองและโลหะเงินรวมทั้งสินทรัพย์ปลอดภัยต่างๆนั้นมาจากทั้งการรายงานผลประกอบการที่ดีกว่าคาดของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐ ตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาดี โดยมีประเด็นหลักอยู่ที่คำกล่าวของประธานาธิบดีของสหรัฐเกี่ยวกับความคืบหน้าเรื่องการขอเพิ่มเพดานหนี้ที่มีความคืบหน้ามากขึ้นหลังจากมีการตกลงในรายละเอียดกับสมาชิกของทั้ง 2 ฝั่ง การถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยซึ่งอาศัยปัจจัยนี้เป็นประเด็นหลักจึงเริ่มมีแรงขายทำกำไรกลับออกมาและนักลงทุนเริ่มกลับไปถือครองสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อเก็งกำไรมากขึ้น จนทำให้ราคาทองและโลหะเงินปรับฐานลงในช่วงค่ำที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามกรอบการปรับฐานยังคงจำกัดจนกว่าจะมีความชัดเจนเรื่องการเพิ่มเพดานหนี้ ซึ่งคาดว่ารัฐบาลสหรัฐน่าจะดำเนินการได้ทันตามกำหนด ส่วนภาพเทคนิคของราคาทองและโลหะเงินซึ่งราคาปิดของวันอังคารของโลหะทั้ง 2 ชนิดลงมาปิดต่ำกว่าจุดต่ำสุดของวันจันทร์ จึงมีแนวโน้มที่ราคาจะปรับฐานลงต่อจากสัญญาณขายที่ใกล้จะเกิดขึ้นหลังมีสัญญาณเตือนการย่อตัวเตือนการปรับฐานเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ก่อน หากราคาดีดตัวขึ้นในระหว่างวันโดยยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆ คาดว่าจะติดแนวต้านบริเวณ 1,595 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ สำหรับราคาทอง และ 39.70 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ สำหรับราคาโลหะเงิน ก่อนที่จะเริ่มปรับฐานลงต่อไป
โกลด์ฟิวเจอร์สเดือนส.ค.54
Close chg. Support Resistance
22,870 - 22,650,22,550 22,900,22,960
ราคาทองอ่อนตัวลงหลังดีดตัวขึ้นเข้าใกล้แนวต้านบริเวณ 1,610 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ หากถือครองสถานะขายไว้ตั้งแต่ช่วงที่ราคาดีดตัวขึ้นเข้าใกล้แนวต้านดังกล่าวยังสามารถถือครองสถานะต่อ หรือหากยังไม่มีสถานะสามารถเลือกเก็งกำไรฝั่งขายในช่วงที่ราคาดีดตัวกลับแล้วไม่สามารถผ่านแนวต้านบริเวณ 1,595 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ ส่วนฝั่งซื้อมีความเสี่ยงทั้งจากแนวโน้มการแข็งค่าของเงินบาทและความชัดเจนจากประเด็นเพดานหนี้สหรัฐ ดังนั้นการเปิดสถานะควรรอให้ราคาปรับฐานลงมายังแนวรับบริเวณ 1,570-1,575 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ หรือ ดีดตัวผ่านแนวต้านบริเวณ 1,595 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ กลับขึ้นไปได้
ซิลเวอร์ฟิวเจอร์สเดือนส.ค.54
Close chg. Support Resistance
1,220 +3.00 1185,1160 1,225, 1,235
ราคาโลหะเงินกลับดีดตัวขึ้นสู่แนวต้านบริเวณ 40.70-40.80 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ ก่อนที่จะมีแรงขายกลับออกมามากจนราคาปรับฐานลงแรง โดยในระยะสั้นคาดว่าจะมีการดีดตัวกลับ ขึ้นสู่แนวต้านบริเวณ 39.60-39.70 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ หากมีฝั่งขายในช่วงที่ราคาดีดตัวขึ้นสู่แนวต้านอาจทยอยปิดสถานะแล้วรอเปิดสถานะใหม่ในช่วงที่ราคาเข้าใกล้แนวต้านดังกล่าว และหากราคาดีดตัวผ่านขึ้นไปได้มีจุดปิดสถานะเพื่อตัดขาดทุนอยู่ที่บริเวณ 40 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ ส่วนฝั่งซื้อควรรอเปิดสถานะช่วงที่ราคาปรับฐานลงเข้าใกล้แนวรับบริเวณ 38 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ หรือสามารถผ่านแนวต้านบริเวณ 40 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 20 กรกฎาคม 2554 08:39:19 น.
สมาคมแลกเปลี่ยนทองคำและเงินของจีนเปิดเผยว่า ราคาทองคำที่ตลาดฮ่องกงเปิดตลาดวันนี้ปรับตัวลดลง 140 ดอลลาร์ฮ่องกง แตะระดับ 14,760 ดอลลาร์ฮ่องกง/ตำลึง
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ราคาดังกล่าวเทียบเท่ากับ 1,590.07 ดอลลาร์สหรัฐ/ทรอยออนซ์ ลดลง 14.46 ดอลลาร์สหรัฐ ที่อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ/7.792 ดอลลาร์ฮ่องกงในวันนี้
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 20 กรกฎาคม 2554 07:03:13 น.
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (19 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้ามาเทขายทำกำไรหลังจากสัญญาทองคำทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันก่อน นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงลดความต้องการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากมีข่าวคืบหน้าเกี่ยวกับข้อตกลงการลดยอดขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐ และตัวเลขการสร้างบ้านที่พุ่งขึ้นเกินคาดในสหรัฐ
สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค.ปรับตัวลง 1.3 ดอลลาร์ หรือ 0.1% ปิดที่ 1,601.1 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 1,585.20-1,610.70 ดอลลาร์
สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย.ร่วงลง 12.1 ดอลลาร์ ปิดที่ 40.221 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย.ลดลง 1 เซนต์ ปิดที่ 4.403 ดอลลาร์/ปอนด์
สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค.เพิ่มขึ้น 90 เซนต์ ปิดที่ 1,776.30 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนก.ย.พุ่งขึ้น 3.70 ดอลลาร์ ปิดที่ 798.30 ดอลลาร์/ออนซ์
สำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของนักวิเคราะห์ในตลาดทองคำนิวยอร์กว่า แม้ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยเมื่อพิจารณาจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน แต่สัญญาทองคำได้ปรับฐานลงเมื่อคืนนี้เนื่องจากนักลงทุนเข้ามาเทขายทำกำไร หลังจากสัญญาทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันจันทร์
นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงลดความต้องการถือครองทองคำ หลังจากมีข่าวคืบหน้าเกี่ยวกับข้อตกลงการลดยอดขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐ และตัวเลขการสร้างบ้านเดือนมิ.ย.ที่เพิ่มขึ้นเกินคาด 14.6% สู่ระดับ 629,000 ยูนิตต่อปีในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.
ส่วนสถานการณ์ในยุโรปนั้น ล่าสุดมีรายงานว่านายอีวอล์ด โนวอทนี สมาชิกสภาบริหารของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ CNBC ว่า "ข้อเสนอในการใช้แผนบางอย่างเพื่อจัดการกับการผิดนัดชำระหนี้ระยะสั้นในยุโรปนั้น จะไม่ก่อให้เกิดผลลบตามมา"
นักวิเคราะห์กล่าวว่า การที่นายโนวอทนีส่งสัญญาณว่าอีซีบีอาจจะยอมรับแนวคิดในเรื่องการกู้วิกฤติหนี้กรีซนั้น ช่วยให้นักลงทุนมีความหวังมากขึ้นว่าปัญหาหนี้สาธารณะในยุโรปจะได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้น
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านเดือนมิ.ย.อยู่ที่ระดับ 629,000 ยูนิตต่อปี พุ่งขึ้น 14.6% จากเดือนมิ.ย.ปีที่แล้ว มากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ 575,000 ยูนิต
ส่วนตัวเลขการอนุญาตก่อสร้างเดือนมิ.ย.อยู่ที่ 624,000 ยูนิตต่อปี เพิ่มขึ้น 6.7% จากเดือนมิ.ย.ปีที่แล้ว มากกวาที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะอยู่ที่ 600,000 ยูนิต
การปรับตัวเพิ่มขึ้นเกินคาดของตัวเลขสร้างบ้านและตัวเลขการอนุญาตสร้างบ้านเดือนมิ.ย.ของสหรัฐเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนตลาดหุ้นนิวยอร์กและตลาดน้ำมันนิวยอร์กพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งเมื่อคืนนี้ เพราะทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าภาคอสังหาริมทรัพย์อาจจะฟื้นตัวขึ้นจากภาวะถดถอย และจะกลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจสหรัฐได้เหมือนเมื่อก่อน

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น