ThaiPR.net -- จันทร์ที่ 18 กรกฎาคม 2554 10:34:25 น.
กรุงเทพฯ--18 ก.ค.--ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส
- คลายกังวลยุโรปหลัง Stress Test ออกมาดีกว่าคาด
- SPDR ถือทองเพิ่ม 10.6 ตัน
- คาดกรณีเพดานหนี้สหรัฐยังเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทอง
แนวโน้มราคาโลหะมีค่า
ราคาทองและโลหะเงินปิดตลาดค่อนข้างทรงตัวหากเทียบกับระดับราคาเมื่อวันพฤหัสซึ่งเป็นวันทำการวันสุดท้ายของตลาดอนุพันธ์ของไทยในสัปดาห์ก่อน โดยในช่วงค่ำของวันพฤหัสต่อเนื่องจนถึงในช่วงกลางวันของวันศุกร์ราคาปรับฐานลงค่อนข้างแรง โดยราคาทองปรับฐานลงไปทำจุดต่ำสุดที่บริเวณ 1,575 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ ส่วนโลหะเงินทำจุดต่ำสุดในวันเดียวกันที่บริเวณ 38 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ ก่อนที่ราคาโลหะทั้ง 2 ชนิดจะดีดตัวกลับ และสำหรับราคาทองมีแรงซื้อเข้ามามากจนราคาทำจุดสูงสุดใหม่ที่บริเวณ 1,597 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ ในช่วงเช้าวันนี้ การปรับฐานของราคาในช่วงปลายสัปดาห์ก่อนเกิดขึ้นจากรายงานผลการประเมินความเสี่ยงของสถาบันการเงินในยุโรปซึ่งปรากฏว่ามีสถาบันการเงินไม่ผ่านการประเมินน้อยกว่าที่ตลาดคาด จึงทำให้ตลาดคลายกังวลในประเด็นหนี้ยุโรลง จึงลดการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยลงบ้างในช่วงดังกล่าว แต่ด้วยประเด็นปัญหาเรื่องการขอเพิ่มเพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐที่ยังไม่มีความคืบหน้าและอาจไม่ทันกำหนดในช่วงต้นเดือนสิงหาคมซึ่งเป็นกำหนดเวลาที่สถาบันจัดอันดับความเชื่อถือหลายแห่งเตือนว่าจะมีการปรับลดเครดิตของสหรัฐลง จึงทำให้มีแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยกลับเข้ามา ดังนั้นการเคลื่อนไหวของราคาทองและโลหะเงินในสัปดาห์นี้ประเด็นหลักคงอยู่ที่กรณีการเพิ่มเพดานหนี้ของสหรัฐ หากมีรายงานข่าวที่ทำให้ตลาดกลับมีมุมมองว่ารัฐบาลสหรัฐสามารถหาแนวทางในการกู้เงินเพื่อให้ทันกำหนดได้ก็จะเป็นปัจจัยลบที่ทำให้ราคาทองและโลหะเงินปรับฐานลง แต่หากยังไม่มีความชัดเจนก็จะเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้ราคาทองทรงตัวในระดับนี้ต่อไป หรือหากปรับฐานลงก็จะมีแรงซื้อรอรับจนทำให้การปรับฐานเกิดขึ้นเพียงในช่วงสั้นๆ อย่างไรก็ตามด้วยราคาที่ปรับขึ้นมาติดต่อกันหลายวัน แม้จะยังไม่มีความชัดเจนจากกรณีของสหรัฐราคาก็คงจะดีดตัวขึ้นไปได้ไม่ไกล
โกลด์ฟิวเจอร์สเดือนส.ค.54
Close   chg.     Support      Resistance
22,800  +150.00  22680,22600  22900,22960
คาดว่าราคาจะแกว่งตัวระหว่าง 1,575-1,600 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ โดยมีประเด็นเรื่องการขอเพิ่มเพดานหนี้ของสหรัฐเป็นปัจจัยที่จะมีผลต่อราคา ซึ่งคาดว่าในช่วงที่ยังไม่มีความชัดเจน ราคาจะแกว่งตัวขึ้นลงอยู่ในบริเวณนี้ การเก็งกำไรฝั่งซื้อยังถูกเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นลดช่วงการปรับขึ้นของราคาในประเทศ ควรรอเปิดสถานะในช่วงที่ราคาปรับฐาน แต่หากราคาดีดตัวผ่าน 1,600 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ โดยยังไม่มีการปรับฐานอาจเลือกเก็งกำไรฝั่งขายที่คาดว่าจะมีกลับออกมา
ซิลเวอร์ฟิวเจอร์สเดือนส.ค.54
Close  chg.    Support    Resistance
1,199  +93.00  1160,1150  1205,1215
ราคาแกว่งตัวขึ้นลงแรงในการซื้อขายวันพฤหัส โดยคาดว่าราคายังมีแนวโน้มที่จะปรับฐานลงหลังจากดีดตัวขึ้นในวันศุกร์ค่อนข้างแรง แนวต้านระยะสั้นที่บริเวณ 39.60-39.70 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ ยังเป็นระดับที่คาดว่าจะมีแรงขายกลับออกมา ซึ่งสามารถเลือกเก็งกำไรฝั่งขายหากราคาปรับขึ้นเข้าใกล้แนวต้านดังกล่าวโดยมีจุดปิดสถานะเพื่อตัดขาดทุนอยู่ที่ 40 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ ส่วนฝั่งซื้อควรรอเปิดสถานะช่วงที่ราคาปรับฐานลงมายังแนวรับบริเวณ 38.20-38.30 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์

ThaiPR.net -- จันทร์ที่ 18 กรกฎาคม 2554 10:08:24 น.
กรุงเทพฯ--18 ก.ค.--เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์
คำแนะนำการลงทุน Gold Futures
DAY TRADER
GFQ11 ซื้อในช่วงราคา 22580 — 22690 ขายในช่วงราคา 22870 — 22930
GFV11 ซื้อในช่วงราคา 22660 — 22800 ขายในช่วงราคา 23020 — 23100
SWING TRADER
ทิศทางราคาทองคำแนวโน้มยังเป็นขาขึ้น มีแนวรับที่ระดับ1570เหรียญ และแนวต้านที่ระดับ1600เหรียญ นักลงทุนรายวันเก็งกำไรในภาวการณ์การแกว่งตัวของราคา คาดว่าราคาจะเคลื่อนตัวในช่วง1585-1595เหรียญ นักลงทุนรายสัปดาห์ ขายทำกำไร รักษาพอร์ตที่ระดับประมาณ10%
FQ11 รอเข้าซื้อที่ระดับ 22620 รอขายที่ระดับ 22780
ปัจจัยสำคัญ
High Light นายเฮอร์แมน แวน รอมปุย ประธานสหภาพยุโรป (อียู) เปิดเผยว่า กลุ่มประเทศยูโรโซนจะจัดการประชุมฉุกเฉินในวันพฤหัสบดีที่ 21 ก.ค.นี้ เพื่อหารือเรื่องการรับมือกับวิกฤตหนี้สาธารณะที่ยืดเยื้อยาวนานในยุโรป
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) ซึ่งเป็นปัจจัยชี้วัดเงินเฟ้อ ปรับตัวลดลง 0.2% ในเดือนมิถุนายน นับว่าลดลงครั้งแรกในรอบปี เนื่องจากราคาพลังงานปรับตัวลดลง
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย.ของสหรัฐขยายตัว 0.2% น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะขยายตัว 0.3% ซึ่งบ่งชี้ว่าการฟื้นตัวของภาคการผลิตในสหรัฐเป็นไปอย่างเชื่องช้า
สำนักงานการธนาคารยุโรป (EBA) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลด้านการธนาคารของสหภาพยุโรปเปิดเผยว่า มีธนาคารเพียง 8 แห่งจากทั้งหมด 90 แห่งที่เข้ารับการทดสอบเท่านั้น ที่ไม่ผ่านการทดสอบภาวะวิกฤติ (stress test) พร้อมกับระบุว่า มีธนาคารที่อยู่ในภาวะเสี่ยง 16 แห่ง
GOLD Market Recap : 14/07/2011
MORNING RECAP : ราคาทองคำต่างประเทศเปิดที่ระดับ 1,585 เหรียญ ส่วน Gold Future Q11 เปิดที่ 22,730 และ Gold Futures V11 เปิดตลาดที่ 22,840 บาทสมาคมค้าทองแท่งเปิดที่ 22,550 บาท ภาพรวมราคาวิ่งในลักษณะขาขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงท้ายตลาด โดยวันนี้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาจากเมื่อวานและทรงตัวอยู่ที่ 30.20 บาท/ดอลลาร์ ค่าเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับค่าเงินยูโรเริ่มขยับตัวแข็งค่าช่วงปลายตลาด มาอยู่ที่ 1.4188 ดอลลาร์/ยูโร โดยช่วงเช้าราคาค่อนข้างนิ่งโดยเคลื่อนไหวที่ระดับ 1583-1586 เหรียญ และช่วงบ่ายมีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไปทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1593 เหรียญ และกลับมาปิดตลาดที่ 1592 เหรียญ Gold Futures Q11 ปิดตลาดที่ 22,800 บาท ในขณะที่ราคาทองคำแท่งของสมาคมค้าทองคำแท่งมีการปรับขึ้น 50 บาท จึงทำให้ปิดที่ระดับ 22,600 บาท นักลงทุนซื้อขายทำกำไรอย่างคึกคัก หลังจากราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น
NIGHT RECAP : ราคาทองคำเปิดตลาดในประเทศไทยที่ระดับ 1581 เหรียญ โดยราคาเคลื่อนตัวอยู่ระหว่าง 1575 - 1584 เหรียญ ก่อนกลับมาปิดตลาดที่ 1582 เหรียญ ในเวลาประเทศไทย ต่อมาในตลาดลอนดอนและนิวยอร์ก ราคาทองคำมีการเคลื่อนตัวอยู่ระหว่าง 1579 — 1593 เหรียญ และกลับมาปิดตลาดที่ 1593 เหรียญ

ThaiPR.net -- จันทร์ที่ 18 กรกฎาคม 2554 09:08:55 น.
กรุงเทพฯ--18 ก.ค.--คลาสสิกโกลด์ ฟิวเจอร์ส
Price Movement
ราคาทองคำในตลาด COMEX เมื่อวันศุกร์ปิดเพิ่มขึ้น 0.80 USDต่อออนซ์ปิดที่ 1,590.10 USDต่อออนซ์ หลังจากไม่มีความคืบหน้าในการขยายเพดานหนี้ของสหรัฐ ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และความกังวลในผลการทดสอบ Stress Test ของธนาคารพาณิชย์ยุโรป
- ราคาทองคำในตลาด COMEX เมื่อวันศุกร์มีความเคลื่อนไหวระหว่าง 1,576.00 — 1,594.50 USDต่อออนซ์ ราคาทองคำเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 10 นักลงทุนได้เข้ามาลงทุนในทองคำเพิ่มขึ้นมาก หลังจากไม่มีความคืบหน้าในการขยายเพดานหนี้ของสหรัฐ ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และความกังวลในผลการทดสอบ Stress Test ของธนาคารพาณิชย์ยุโรปที่มี 8 ใน 90 ธนาคารที่ไม่ผ่าน Stress Test ราคาทองคำเมื่อวันศุกร์ไม่ได้ทำจุดสูงสุดใหม่ แต่ราคาปิดสูงขึ้นกว่าวันก่อนเล็กน้อย แนวโน้มราคามี Up side gain เริ่มจำกัดมากขึ้น แต่ปัจจัยบวกจากการคาดการณ์ว่าจะมี QE3 และปัญหาหนี้ของยุโรป รวมถึงเรื่องการขยายเพดานหนี้ของสหรัฐ แนวโน้มคาดว่าจะไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,600 — 1,620 คำแนะนำ Trading ในกรอบ 1,564 — 1,600 แต่ขอให้นักลงทุนระมัดระวังในการลงทุน เพราะอาจเผชิญกับแรงขายทำกำไร เมื่อถึงแนวต้าน และราคาอาจปรับลดลงแรงได้
- ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐเดือนมิ.ย.ลดลง 0.2% MoM เป็นไปตามคาด ดัชนีผลผลิตภาคอุตสหากรรมเพิ่มขึ้น 0.2% MoM เพิ่มขึ้นมากกว่าคาด ส่วนอัตราใช้กำลังการผลิตเท่ากับ 76.7% เท่ากับเดือนก่อน แต่ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค.ลดลงมาที่ระดับ 63.8 ซึ่งต่ากว่าเดือนก่อนที่ระดับ 71.5 ( + )
- ปัญหาเรื่องการขยายเพดานหนี้ของสหรัฐ และการแก้ปัญหาการขาดดุลการคลัง ปธน.โอบาม่ากล่าวว่า ทางรัฐสภาต้องการแก้ปัญหาการขาดดุลการคลังด้วยการเพิ่มรายได้ของรัฐบาล และลดการใช้จ่ายลง ซึ่งการเจรจายังดำเนินอยู่ ซึ่งการขยายเพดานหนี้ต้องทำให้สำเร็จภายในวันที่ 2 ส.ค. ( + )
- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาแข็งค่าขึ้นมาที่ 1.407 ดอลลาร์สหรัฐต่อยูโร เมื่อเงินยูโรอ่อนค่าลงภายหลังผลของ Stress Test มีธ.พ. 8 แห่งไม่ผ่าน Stress Test ( + )
- เงินบาทอ่อนค่าลงเล็กน้อยมาอยูที่ระดับ 30.12 บาทต่อดอลล่าร์ ( - )
- ราคาน้ำมัน Nymex ปิดที่ 97.24 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปรับเพิ่มขึ้น 1.55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนมี?ความ?เชื่อมั่นมากขึ้น หลังจากที่บริษัทหลาย?แห่ง?ในสหรัฐมีผลประกอบ?การ?แข็ง?แกร่ง?เกินคาด( + )
- ราคา Silver ปิดเพิ่มขึ้น 0.38 USDต่อออนซ์ ปิดที่ 39.07 USDต่อออนซ์ โดยมีความเคลื่อนไหวระหว่าง 37.89 — 39.33 USDต่อออนซ์ ราคา Silver ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันและโลหะพื้นฐาน ราคา Silver ปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มจะขึ้นต่อ สำหรับวันนี้คาดแนวต้านที่ 40.7 และถัดไป 42.7 ส่วนแนวรับคาดที่บริเวณ 37.4/36.3 iShares Silver Trust ถือโลหะเงินจำนวนเท่าเดิม 9,633.95 ตัน คำแนะนำ เปิด Long ไว้ถือต่อ โดยมีเป้าหมายทำกำไรบริเวณ 40.7 และมีจุด Stop Loss บริเวณ 37.2
- SPDR ซื้อทองคำเพิ่มขึ้น 10.6 ตัน โดยถือครองทองคำจำนวน 1,236.01 ตัน
Technical Analysis:
ราคาทองคำมีแนวรับที่ 1,577/1,564 แนวต้านที่1,600 แนวโน้มราคายังเป็นช่วงเพิ่มขึ้นแบบชะลอ สังเกตราคาในช่วงวันศุกร์จะเพิ่มเพียงเล็กน้อยเมือเที่ยบกับวันอื่นๆที่ผ่านมา ขณะที่ Scholastic เข้าสู่สถาวะ Overboughtแล้ว รวมทั้ง RSI ก็ใกล้เข้าเขต Overbought เช่นกัน ส่วนMACD ยังแสดงสภาวะ Bullish แสดงถึงแนวโน้มราคาน่าใกล้มีการพักฐาน
ราคาโลหะเงินมีแนวรับที่ 37.4/36.7 และแนวต้านที่ 40.7 แนวโน้มราคา ยังเป็นช่วงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและน่าจะเพิ่มต่อไปได้อีก สัญญาณ MACD แสดงแนวโน้มBullish








สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- เสาร์ที่ 16 กรกฎาคม 2554 08:37:29 น.
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวก 9 วันทำการติดต่อกันเมื่อคืนนี้ (15 ก.ค.) หลังนักลงทุนกว้านซื้อทองคำเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง เนื่องจากยังคงมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้สินในยุโรปและสหรัฐอเมริกา
สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค.เพิ่มขึ้น 80 เซนต์ หรือ 0.05% ปิดที่ 1,590.1 ดอลลาร์/ออนซ์
สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย.ปรับตัวขึ้น 37.7 เซนต์ หรือ 0.97% ปิดที่ 39.071 ดอลลาร์/ออนซ์ ขณะที่สัญญาโลหะทองแดงส่งมอบเดือนก.ย.บวก 3.3 เซนต์ ปิดที่ 4.413 ดอลลาร์/ปอนด์
สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค.ร่วงลง 18.8 ดอลลาร์ หรือ 1% ปิดที่ 1,755.5 ดอลลาร์/ออนซ์ ส่วนสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนก.ย.ลดลง 2.70 เซนต์ ปิดที่ 780.65 ดอลลาร์/ออนซ์
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นักวิเคราะห์ตลาดกล่าวว่า ราคาทองคำพุ่งทำระดับสูงสุดระดับใหม่หลายครั้งในสัปดาห์นี้ เนื่องจากตลาดวิตกว่าวิกฤตหนี้สินในยุโรปอาจลุกลามไปอีกหลายประเทศ ขณะเดียวกันก็กังวลว่าปัญหาหนี้สินสหรัฐอาจทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนกว้านซื้อทองคำเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
ประธานาธิบดีบารัค โอบามา และสภาคองเกรสสหรัฐ ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการปรับเพิ่มเพดานหนี้ได้ ส่งผลให้สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ หรือ เอสแอนด์พี เตือนว่ามีโอกาส 50% ที่อันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐจะถูกปรับลดจากระดับสูงสุดที่ AAA ในช่วงสามเดือนจากนี้ หลังจากที่เมื่อวันพุธ มูดีส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถืออีกรายหนึ่ง เพิ่งประกาศทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ Aaa โดยระบุว่ามูดีส์อาจจะปรับลดอันดับ เนื่องจากมีความเป็นไปได้เพิ่มมากขึ้นว่ารัฐสภาสหรัฐอาจไม่ปรับเพิ่มเพดานหนี้ทันเวลาที่จะช่วยให้สหรัฐหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้

ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำประจำวันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม 2554  ทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 22,500 บาท ขายออกบาทละ 22,600 บาท ส่วนทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 22,179 บาท ขายออกบาทละ 23,000 บาท ซึ่งราคาดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากราคาวานนี้บาทละ 100 บาท

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

 
Real Time Economic Calendar provided by Investing.com.
Top